64 views

ความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวในบริบทโซเซียลคอมเมิร์ซ

Tourist’s Loyalty in Social Commerce Context

ผู้ดำเนินการวิจัย นวลรัตน์ วัฒนา และภัทรวรรณ แท่นทอง

หน่วยงาน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง ตรัง / สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

Veridian E-Journal, Silpakorn University ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2561

ปี พ.ศ. 2561

          ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนรูปแบบการชีวิตและพฤติกรรมรูปแบบใหม่ที่ทาให้การดำเนินธุรกิจในทุกวันนี้ต้องปรับตัวเองเพื่อให้สามารถตอบสนองการให้บริการแก่ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความรู้และสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลสินค้าหรือบริการได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีข้อมูลสำหรับพิจารณาก่อนซื้อสินค้าหรือบริการ สำหรับในบริบทของโซเซียลคอมเมิร์ซ (social commerce: s-commerce) หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายทางสังคม ซึ่งนำเทคโนโลยีเครือข่าย (social networking) และเทคโนโลยีสื่อสังคม (social media) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารและการซื้อขายสินค้าและบริการทางออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคและธุรกิจกับผู้บริโภครายอื่น ๆ สามารถมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันภายในกลุ่มสังคมเครือข่าย ได้แก่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการ การให้คะแนนหรือข้อมูลย้อนกลับแก่ธุรกิจ ผ่านเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook) อินสตาแกรม (Instagram) เป็นต้น หรือผ่านเว็บไซต์ของธุรกิจที่สนับสนุนการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจและลูกค้ารายอื่น ๆ แบบสองทางได้ (two-way communication) การศึกษาความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวในบริบทโซเซียลคอมเมิร์ซ เป็นการนาเสนอแนวคิดเพื่อใช้สำหรับทำความเข้าใจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวซึ่งมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ร่วมกับเว็บไซต์ของผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว เช่น เว็บไซต์บริการจองห้องพัก จองโปรแกรมการท่องเที่ยว จองตั๋วโดยสาร บริการเช่ารถยนต์ เป็นต้น โดยบทความนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานความรู้ แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และ 2) เพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดการศึกษาความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวในบริบทโซเซียลคอมเมิร์ซ ซึ่งจะเป็นแนวทางให้แก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนำไปปรับปรุงกลยุทธ์ที่สามารถตอบสนองการบริการแก่นักท่องเที่ยว และทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความพึงพอใจ และเกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับธุรกิจ

        The purpose of this research were to study the participation level and perception of the people in eco-tourism management, to compare the influencing factors for participation in eco-tourism management, to purpose the development guidelines for eco-tourism participation management. This research was a Mixed Methods Research with qualitative research and quantitative research. The research instruments were questionnaire and structured In-depth Interview. The sample group were Libong’s people, community leaders, government official and tour operators found that participation level of the people in eco-tourism management were in moderately high level. The recognition of the people about eco-tourism management were in high level were from announcement, flyers. People in Ko Libong recognize eco-tourism management as the value of tourism resources.The development guidelines for eco-tourism participation found that there should be more participation channels to plan, trace and evaluate for tourism activities There should be people participation for bringing the local way of life to make the benefits of tourism .The suggestion from Ko Libong people were should be more public relations such as tourist information center, flyers, direction sign and tourism facilities such as toilet, ATM, money exchange center as well as training local people to provide excellent service, hospitality, foreign language skills, marine museum and enhance the community learning process in marine and coastal ecosystem, climate change and natural disaster prevention. They suggest that should encourage people and tourists to consciously conserve natural resources. There should also more of the community leaders to participate in managing eco-tourism in the place.


หากต้องการเอกสารงานวิจัยฉบับเต็ม (Full Text) กรุณากรอกข้อมูล และกด SEND เพื่อส่ง